การลดอาการปวดไมเกรนโดยไม่พึ่งยาต้องอาศัยการจัดการกับสิ่งกระตุ้น (Trigger) การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้เทคนิคผ่อนคลายต่าง ๆ ทั้งในเชิงป้องกันและเมื่อมีอาการปวดกำเริบขึ้น วิธีลดอาการปวดไมเกรนแบบไม่ต้องพึ่งยา 1.การบรรเทาอาการในระยะเฉียบพลัน (เมื่ออาการกำเริบ) เมื่อเริ่มรู้สึกปวดไมเกรน ให้รีบใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อลดความรุนแรงของอาการ: A.การจัดการสภาพแวดล้อม (Sensory Management) พักในที่มืดและเงียบสงบ: แสงจ้าและเสียงดังเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้อาการปวดแย่ลง ควรหลบเข้าไปในห้องที่มืดสนิทและเงียบ (ใช้ผ้าม่านทึบแสงหรือผ้าปิดตา) ประคบเย็นหรืออุ่น: ประคบเย็น (แนะนำ): ใช้ถุงน้ำแข็ง ผ้าเย็น หรือเจลเย็นวางบนหน้าผาก ขมับ หรือด้านหลังคอ ความเย็นมีผลช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและมีฤทธิ์ชาเล็กน้อย ประคบอุ่น: หากอาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อตึงที่คอหรือบ่า การประคบอุ่นที่บริเวณคอหรืออาบน้ำอุ่นก็อาจช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ เลี่ยงกลิ่นแรง: หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนหรือกลิ่นที่ก่อให้เกิดอาการ (เช่น น้ำหอม, ควันบุหรี่, กลิ่นอาหาร) B.เทคนิคการนวดและการกดจุด นวดหนังศีรษะและคอ: ค่อย ๆ นวดศีรษะ ขมับ และบริเวณท้ายทอยเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด กดจุด LI-4 (He […]
สำหรับคนที่เป็นไมเกรนคงจะรู้ดีว่า “ถ้าปวดหัวไมเกรนขึ้นมา” ได้บรรเทิงแน่นอนครับ เพราะกว่าอาการจะบรรเทาลงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไปแบบไม่กินยา ถึงจะกินยาก็ต้องรอยาออกฤทธิ์ซึ่งแต่ละคนใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไป ทางที่ดีการเลี่ยงทุกความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการปวดหัวไมเกรนไว้ก็จะดีที่สุดครับ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องอาหารกัน ว่าอะไรสามาระกระตุ้นไมเกรนได้ ควรจะหลีกเลี่ยง แต่เลี่ยงไม่ได้ก็เตรียมยาให้พร้อมครับ! อาหารกระตุ้นไมเกรน 1.ช็อกโกแลต มีสาร ฟีนิลเอทิลามีน (Phenylethylamine) และ คาเฟอีน ซึ่งอาจกระตุ้นให้หลอดเลือดหดและขยายตัว ทำให้เกิดไมเกรน แม้บางคนกินแล้วไม่เป็น แต่อีกหลายคนไวต่อสารเหล่านี้มาก 2.ชีสที่ผ่านการบ่ม (Aged Cheese) เช่น พาร์เมซาน, บลูชีส, เชดดาร์ มีสาร ไทรามีน (Tyramine) ที่พบในอาหารหมักหรือบ่ม ซึ่งมีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดในสมอง 3.แอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะไวน์แดง) ไวน์แดงมีสารฟลาโวนอยด์และไทรามีน ยังอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นไมเกรน 4.ผงชูรส (MSG) มักพบในอาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารจีน หรือขนมขบเคี้ยว […]
อาการปวดหัว ไม่ใช่อาการที่จะมองข้ามไปได้ง่ายๆเลยครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างอยู่ รวมถึงปัญหาทางด้านจิตใจก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ ยิ่งอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อันนี้เรียกว่า “ผิดปกติ” อาจส่งผลรุนแรง และ ผลเสียในระยะยาวต่อร่างกายได้ครับ ปวดหัวบ่อย บ่งบอกอะไร? การปวดหัวบ่อย (เช่น ปวดมากกว่า 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเกือบทุกวัน) อาจหมายถึง ความเครียดสะสม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบประสาททำงานผิดปกติ เช่น ไมเกรน ปัญหาสุขภาพแอบแฝง เช่น ความดันสูง, ไซนัสอักเสบ, ตาเพลีย ผลข้างเคียงจากยา หรือการถอนยา เช่น คาเฟอีน พฤติกรรมบางอย่าง เช่น จ้องหน้าจอนาน ดื่มน้ำน้อย หรือในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรง เช่น เนื้องอกในสมอง, เส้นเลือดสมองผิดปกติ สาเหตุของการปวดหัวบ่อยที่พบบ่อยที่สุด ไมเกรน (Migraine) ปวดตุ๊บๆ […]