อาการปวดหัว ไม่ใช่อาการที่จะมองข้ามไปได้ง่ายๆเลยครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างอยู่ รวมถึงปัญหาทางด้านจิตใจก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ ยิ่งอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อันนี้เรียกว่า “ผิดปกติ” อาจส่งผลรุนแรง และ ผลเสียในระยะยาวต่อร่างกายได้ครับ
ปวดหัวบ่อย บ่งบอกอะไร?
การปวดหัวบ่อย (เช่น ปวดมากกว่า 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเกือบทุกวัน) อาจหมายถึง
- ความเครียดสะสม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ระบบประสาททำงานผิดปกติ เช่น ไมเกรน
- ปัญหาสุขภาพแอบแฝง เช่น ความดันสูง, ไซนัสอักเสบ, ตาเพลีย
- ผลข้างเคียงจากยา หรือการถอนยา เช่น คาเฟอีน
- พฤติกรรมบางอย่าง เช่น จ้องหน้าจอนาน ดื่มน้ำน้อย
- หรือในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรง เช่น เนื้องอกในสมอง, เส้นเลือดสมองผิดปกติ
สาเหตุของการปวดหัวบ่อยที่พบบ่อยที่สุด
- ไมเกรน (Migraine)
- ปวดตุ๊บๆ ข้างเดียวหรือสองข้าง
- อาจมีอาการคลื่นไส้ ตาไวต่อแสง/เสียง
- เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง
- ปวดหัวจากความเครียด (Tension Headache)
- ปวดรอบศีรษะ หนักๆ เหมือนถูกบีบรัด
- มักสัมพันธ์กับความเครียด นอนน้อย ท่าทางไม่ดี
- ปวดหัวจากสายตา
- ใช้สายตานานเกินไป หรือสายตาสั้น/ยาวไม่ได้รับการแก้ไข
- จ้องหน้าจอนานโดยไม่พักสายตา
- ไซนัสอักเสบ
- ปวดหน้าผาก โหนกแก้ม หนักๆ โดยเฉพาะตอนก้ม
- มักมีน้ำมูก คัดจมูกร่วมด้วย
- ปวดหัวจากฮอร์โมน
- พบบ่อยในผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์
- เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
- ความดันโลหิตสูง
- โดยเฉพาะถ้าความดันสูงมาก อาจปวดท้ายทอย
- ต้องระวังเพราะอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง
- พักผ่อนไม่เพียงพอ / ดื่มน้ำน้อย
- ขาดน้ำหรือนอนหลับไม่เต็มที่ เป็นสาเหตุพื้นฐานที่พบได้มาก
ปวดหัวแต่ละแบบต้องทำยังไง?
- ไมเกรน (Migraine)
การรักษา:
- ยาบรรเทาอาการ: เช่น พาราเซตามอล, ยากลุ่ม NSAIDs, ยาเฉพาะไมเกรน (เช่น Triptans)
- ยาป้องกัน (ถ้าปวดบ่อยมาก): เช่น ยากันชัก, ยาลดความดัน, ยาต้านซึมเศร้า
- ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด แสงจ้า กลิ่นแรง นอนดึก
- ปวดหัวจากความเครียด (Tension Headache)
การรักษา:
- พักผ่อนให้เพียงพอ / ลดความเครียด
- ยาคลายกล้ามเนื้อ / ยาแก้ปวดทั่วไป
- ฝึกผ่อนคลาย: เช่น โยคะ นั่งสมาธิ การยืดกล้ามเนื้อคอ/ไหล่
- ท่าทาง: ปรับท่านั่ง-นอนให้เหมาะสมโดยเฉพาะหน้าคอมพิวเตอร์
- ปวดหัวจากสายตา / จ้องหน้าจอนาน
การรักษา:
- ตรวจวัดสายตา: ใส่แว่นหากสายตาผิดปกติ
- พักสายตา: ทุก 20 นาที มองออกไปไกลๆ 20 วินาที
- ปรับแสงหน้าจอ: ไม่ให้จ้าเกินไปหรือต่ำเกินไป
- ใช้แว่นกรองแสง (ถ้าจำเป็น)
- ไซนัสอักเสบ
การรักษา:
- ยาลดบวม ยาละลายเสมหะ
- ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย: อาจต้องใช้ ยาปฏิชีวนะ
- พ่นน้ำเกลือ ล้างจมูก
- พักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ
- ฮอร์โมนแปรปรวน (เช่น ก่อนมีประจำเดือน / ตั้งครรภ์)
การรักษา:
- บรรเทาตามอาการ: พาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดที่ปลอดภัย
- ปรับสมดุลฮอร์โมน: กรณีที่ปวดหัวรุนแรงเป็นประจำ อาจต้องปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ฮอร์โมน
- พักผ่อนให้พอ เลี่ยงคาเฟอีนช่วงวันมีประจำเดือน
- ความดันโลหิตสูง
การรักษา:
- ควบคุมความดันด้วยยา: ต้องรับการวินิจฉัยจากแพทย์
- ปรับพฤติกรรม: ลดเค็ม ออกกำลังกาย พักผ่อน ลดน้ำหนัก
- ตรวจความดันสม่ำเสมอ: ถ้าความดันเกิน 140/90 ควรพบแพทย์
- พักผ่อนน้อย / ขาดน้ำ
การรักษา:
- นอนหลับให้พอ (วันละ 6–8 ชม.)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (วันละ 6–8 แก้ว)
- เลี่ยงคาเฟอีนตอนเย็น–กลางคืน
- การใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด (Rebound Headache)
การรักษา:
- หยุดใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องเกิน 10 วัน/เดือน
- พบแพทย์เพื่อปรับวิธีรักษา โดยอาจให้ยาป้องกันไมเกรนแทน
- เลี่ยงการพึ่งยาแก้ปวดทุกครั้งที่ปวดหัว
- สาเหตุรุนแรง (เช่น เนื้องอกในสมอง, เส้นเลือดในสมองผิดปกติ)
การรักษา:
- ต้องวินิจฉัยโดยแพทย์ ผ่าน CT Scan, MRI ฯลฯ
- รักษาตามโรคต้นเหตุ: อาจใช้ยา ผ่าตัด หรือรักษาเฉพาะทาง
- หากมีอาการเฉียบพลัน เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ได้ เห็นภาพซ้อน ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ส่วนใครที่ไม่ปวดหัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะการปวดหัวส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตจริงๆ การไม่ปวดหัวก็สามารถนั่งเล่นหวยไวได้สบายๆ ออกไปเที่ยวได้สบายๆ ไม่ต้องทรมารอีกด้วยครับ ขอให้ทุกแข็งแรงครับ
Comments are closed